ฺิิ่Bonus ปีนี้

การเจรจาโบนัสวันที่ 8 ตุลาคม 2553

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พี่น้องเราเตรียมตัวเฮ! ดังๆ

แรงงานรับลูกค่าแรง421บาทต่อวันเล็งหารือก.คลัง

คมชัดลึก : กระทรวงแรงงานรับลูกค่าแรงขั้นต่ำ 421 บาท/วันเตรียมนำเข้าหารือกระทรวงการคลัง พร้อมเร่งลงนามอนุสัญญา ILO รับรองสิทธิแรงงานรวมตัวต่อรองนายจ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมากลุ่มตัวแทนคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เข้ายื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงแรงงาน โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็วที่สุด 3 เรื่อง น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคสรท.กล่าวว่าเรื่องที่ 1. คือเสนอให้รัฐบาลเร่งปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาพการครองชีพที่แท้จริง โดยเสนอตัวเลขที่ 421 บาท/วัน/คน เนื่องจากทุกวันนี้แรงงานจะมีรายได้เพียงพอในการเลี้ยงชีพต้องทำงานล่วงเวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง/วัน เสียเวลาในการดูและครอบครัวและสภาพการทำงานหนักทำให้ขาดคุณภาพชีวิตที่ดี
       เรื่องที่ 2. การลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และสิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรอง ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศภาคีสมาชิกขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศแต่ปัจจุบันยังไม่ได้ลงนาม ทำให้ปัจจุบันเมื่อแรงงานรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงาน ก็โดนกลั่นแกล้งจากนายจ้าง เช่น ไล่แกนนำออกหรือแจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่ ตลอดจนย้ายคนงานไปทำงานในสถานที่ๆสภาพการทำงานไม่ดีเพื่อบีบให้ลาออกจากงาน
และ
        เรื่องที่ 3 .คือให้เร่งปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้เป็นองค์กรอิสระ เนื่องจากสปส.ตั้งมา 20 ปี มีผู้ประกันตนและเงินกองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่การดำเนินงานยังขาดความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
              นายเฉลิมชัยกล่าวว่าการปรับค่าแรง 421 บาท/วัน จะเอาตัวเลขนี้เข้าที่ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงการคลัง เรื่องการขึ้นค่าจ้างตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี แต่ต้องเป็นเรื่องที่ลูกจ้างและนายจ้างอยู่ร่วมกัน และต้องอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นผู้พิจารณาตัวเลขด้วย
             ในส่วนของการลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 นั้น ขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังเร่งดำเนินการอยู่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ คือต้องเสนอให้ครม.พิจารณา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรลงนามรับรอง ซึ่งเรื่องเมื่อออกจากกระทรวงแรงงานไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมเวลาได้
และเรื่องการปฎิรูปประกันสังคม เป็นนโยบายที่ตนตั้งใจทำอยู่แล้ว โดยเน้นให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการให้สะดวกสบายและได้รับการบริการที่ดีขึ้น ซึ่งภายในปีนี้สปส.จะมีโครงการยกประกันสังคมไปไว้ในโรงงานขนาดตั้งแต่ 200 - 1,000 คนขึ้นไปเพื่อเป็นจุดดำเนินการของสปส.แก่ผู้ใช้แรงงานในสถานทำงานเลย

วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553

8 ตุลามาถึงแล้ว

วันที่ 8 ตุลาคมนี้พี่น้องเราทุกคนต่างใจจดจ่อกับการเจรจาเรื่องโบนัส
กรรมการต่างให้เราพี่น้องทุกคนต้องสามัคคีและพร้อมเพรียงกันที่จะทำ
ให้โบนัสเราประสบความสำเร็จเพื่อ 6 เดือนบวก 30000 ครับพี่น้อง
จัดไปเลยเต็มๆๆและสิ่งที่พี่น้องต้องทำคือต้องกำจัดหนอนและมอด
ที่มันเจอะและชอนไชองค์กรเรา"พวกพม่ารามันจงเอามันไป......ให้ตายหมด"

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

ชงปรับค่าจ้างกทม. เพิ่มเป็น213บ./วัน ลูกจ้างชี้ยังน้อยไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ กทม.มีข้อสรุปว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอีก 7 บาท จาก 206 บาท/วัน เป็น 213 บาท/วัน ตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นที่พอใจของทั้งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง

นายสุนันท์ โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาวิชาการแรงงานระดับ 10 กระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ เปิดเผยว่า กรอบการพิจาณาตัวเลขจะดูจากสภาพเศรษฐกิจ ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและความจำเป็นของลูกจ้าง ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอตัวเลขให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางพิจารณาอีกรอบประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างกลางอาจพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดได้
นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง สมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยไป เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันควรจะปรับเพิ่มให้มากกว่า 10 บาทด้วยซ้ำ
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ค่าจ้างที่จะปรับเพิ่ม ถ้ามองตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 3% คิดว่า อัตราที่เหมาะสมขณะนี้ไม่ควรปรับเกิน 5, 7 หรือ 10 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

พี่น้องแรงงานไทยโดนกระทำอีกแล้วพี่น้อง

เครือข่ายแรงงานเรียกร้องถอนหมายจับ 3 แกนนำแรงงาน


Thu, 2009-09-03 22:08

คนงานกว่า 300 คนชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ตำรวจยุติมาตรการที่จะจับกุมผู้นำแรงงานที่ถูกออกหมายจับจากการ ชุมนุมหน้าทำเนียบ-รัฐสภาและดำเนินการร้องขอต่อศาลให้ถอนหมายจับโดยทันที และขอให้มีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการสลายการชุมนุมที่ใช้เครื่อง ขยายเสียงระยะไกล โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ออกหมายจับ นายสุนทร บุญยอด, นางสาวบุญรอด สายวงศ์ และนางสาวจิตรา คชเดช ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า หรือ ผู้สั่งการเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ภายหลังการชุมนุมเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ พร้อมองค์กรแรงงานและองค์กรประชาชน ไปยังทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหลังจากที่ได้ยื่นเรื่องต่อนายก รัฐมนตรีแล้วก่อนหน้านี้

ล่าสุด วันที่ 3 ก.ย. เวลา 9.00น. ผู้ชุมนุมจากเครือข่ายองค์กรต่างๆ อาทิ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สภาศูนย์กลางแรงงาน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ ซึ่งส่วนใหญ่แต่งกายด้วยสีดำกว่า 300 คนร่วมชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ถอนหมายจับแกนนำแรงงานทั้ง 3 คน

จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย กล่าวว่า หลายปีมาแล้วไม่เคยมีการออกหมายจับผู้ชุมนุม การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของรัฐบาล ที่กลัวในพลังของประชาชน และตอกย้ำการแบ่งขั้วของรัฐบาลกับภาคประชาชน ซึ่งนี่จะเป็นข้อเสียของรัฐบาลเอง เนื่องจากองค์กรแรงงานและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกกำลังจับตามองเรื่อง นี้อยู่ โดยองค์การในยุโรปหลายประเทศได้ทำหนังสือถึงสถานทูต เพื่อขอให้สอดส่องการละเมิดสิทธิในการรวมตัวของคนงานแล้ว ดังนั้น รัฐบาลต้องถอนคดีโดยเร็วไม่เช่นนั้นกระแสประท้วงจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ องค์กรด้านสิทธิฯ จะออกมาเคลื่อนไหวต่อ

เธอตั้งคำถามว่า อะไรคือความไม่สงบ การที่คนงานซึ่งไม่มีอาวุธมาอยู่บนท้องถนนโดยพร้อมเพรียงกันคือความไม่สงบ หรือ ถ้าเช่นนั้นการที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงระดับไกล (LRAD: Long Range Acoustic Device) ซึ่งมีความดังระดับ 150 เดซิเบล ซึ่งเป็นอาวุธในการปราบปรามคนจำนวนมาก กับผู้ชุมนุม โดยไม่เตือนก่อนการใช้คืออะไร

"มาตรการของรัฐบาลต่างหากที่ไม่เคารพกับการจัดการเดินขบวนอย่างสันติวิธี" จรรยากล่าว

วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อแรงงานไทย เล่าถึงเหตุผลที่นัดกันใส่เสื้อสีดำว่า เพื่อแสดงถึงความมืดมนของระบบตำรวจ ที่ไม่จัดการกับนายจ้าง เวลาที่คนงานแจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้างที่โกงค่าจ้าง หรือขู่ฆ่า แต่กลับออกหมายจับคนงานได้เร็ว ส่งหมายไปถึงบ้าน ทำให้พ่อแม่ของคนงานต้องขวัญผวา

วาสนา ยกตัวอย่างกรณีของคนงานบริษัทเวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ ซึ่งถูกเลิกจ้างและไม่ได้รับค่าแรงที่เหลือ เป็นเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท โดยให้คนงานไปฟ้องร้องต่อศาลเอา โดยคนงานเมื่อฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีการยึดทรัพย์นำไปขายทอดตลาด ก็กลัวว่านายจ้างจะขนของไปขาย จึงไปปักหลักเฝ้าของบริเวณระหว่างคูหาอาคารของบริษัท ซึ่งทำให้คนงานกลับถูกข้อหาบุกรุก

จากนั้น เวลา 10.20น. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือระบุถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.มนู เมฆหมอกเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับแทน โดย คสรท.ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องยุติมาตรการที่จะจับกุมผู้นำแรง งานที่ถูกออกหมายจับจากเหตุการณ์ดังกล่าวและดำเนินการร้องขอต่อศาลให้มีการ ถอนหมายจับโดยทันที และขอให้มีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการสลายการชุมนุมของผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาลที่ได้ใช้เครื่องขยายเสียงระยะไกล โดยไม่ได้มีการแจ้งให้แก่ผู้ชุมนุมทราบล่วงหน้าถึงการดำเนินการและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ชุมนุม

วิไลวรรณ กล่าวว่า คนงานจากทั้งสามแห่งต่างประสบปัญหา โดยคนงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทยถูกเลิกจ้าง กว่าครึ่งเป็นสมาชิกสหภาพ ส่วนคนงานจากสหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ก็ถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ซึ่งปัญหาทั้งหมดรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเข้ามาแก้ไข ทำให้พวกเขาต้องเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องต่อรัฐบาล แต่เมื่อเดินทางไปที่ทำเนียบฯ ก็ไม่มีใครออกมารับหนังสือ จึงเดินทางไปที่รัฐสภา ซึ่งมีการประชุมงบประมาณของ ส.ส. และรัฐมนตรี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนยากคนจนคือ เจอตำรวจตั้งข้อหามั่วสุมเกิน 10 คนและก่อความไม่สงบ

วิไลวรรณ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกกลุ่มภายใต้รัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับทำเกินกว่าเหตุ จึงมาร้องเรียนต่อ สตช. ให้ยกเลิกหมายจับแกนนำทั้ง 3 คนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนคนงานให้ได้สิทธิตามกฎหมาย นอกจากนี้แล้ว จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสภาทนายความและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ด้วย

โดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเรียกร้องให้สภา ทนายความดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน นำโดย พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยทางตำรวจได้เปิดเครื่องขยายเสียงที่มีเสียงดังมาก ได้รับผลกระทบต่อคนงานผู้หญิง คนงานพิการ และอายุมากที่ได้นั่งฟังปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ตัวแทนของสหภาพกำลังเข้าไปยื่นหนังสือกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ประจำรัฐสภา และการขอออกหมายจับผู้นำสหภาพ โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า เป็นการละเมิดสิทธิทางพลเมืองและทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
และเรียกร้องให้ไอแอลโอดำเนินการผลักดันต่อรัฐบาลไทยในฐานะ ประเทศภาคีสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ โดยยึดถือมาตรฐานแรงงานสากล อันได้แก่ การเจรจาต่อรองกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง รวมไปถึงการใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ในการแก้ไขปัญหา ตามกรอบปฏิบัติระดับสากล OECD ให้สมกับเป็นบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และขอให้เสนอข้อแนะต่อรัฐบาลไทยในการเอาผิดกับนายจ้าง ซึ่งมีการกระทำที่ส่อให้เห็นถึงการคุกคามสหภาพแรงงาน

ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2009/09/25689

ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ http://triumph-union.blogspot.com/2009/11/3_352.html

วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ผลกำไรบริษัท

กำไรบริษัทปีนี้(ซอย3)มีผลกำไรค่อนข้างมากกว่าปีที่แล้วถึง 4 เท่าตัว
ไตรมาสที่ 1 ตั้งแต่เดือนตุลา 52 - มีนา 53  ประมาณ  244 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษา53 - กรฎา53 ประมาณ 174 ล้านบาท(เหลือ 2 เดือน)
สรุปตั้งแต่ตุลา52-กรฎา53 มีกำไรแล้วรวมกันเฉพาะซอย3นั้นมากถึง 418 ล้านบาทและยังเหลือ
อีก 2 เดือนที่ยังไม่รู้ครับ

เจรจาโบนัสปี 53

 
 
 
พี่น้องผู้ใช้แรงงานชาว เอ็นทีเอ็น เตรียมตัวรับทรัพย์เต็มๆกับโบนัสมากมายมหาศาลช่วงปลายปีครับโดยมีเงื่อนไข  ต้องสามัคคีกัน