แรงงานรับลูกค่าแรง421บาทต่อวันเล็งหารือก.คลัง
คมชัดลึก : กระทรวงแรงงานรับลูกค่าแรงขั้นต่ำ 421 บาท/วันเตรียมนำเข้าหารือกระทรวงการคลัง พร้อมเร่งลงนามอนุสัญญา ILO รับรองสิทธิแรงงานรวมตัวต่อรองนายจ้าง
รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมากลุ่มตัวแทนคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เข้ายื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงแรงงาน โดยมีประเด็นเร่งด่วนที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็วที่สุด 3 เรื่อง น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคสรท.กล่าวว่าเรื่องที่ 1. คือเสนอให้รัฐบาลเร่งปรับค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาพการครองชีพที่แท้จริง โดยเสนอตัวเลขที่ 421 บาท/วัน/คน เนื่องจากทุกวันนี้แรงงานจะมีรายได้เพียงพอในการเลี้ยงชีพต้องทำงานล่วงเวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง/วัน เสียเวลาในการดูและครอบครัวและสภาพการทำงานหนักทำให้ขาดคุณภาพชีวิตที่ดี
เรื่องที่ 2. การลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และสิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรอง ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศภาคีสมาชิกขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศแต่ปัจจุบันยังไม่ได้ลงนาม ทำให้ปัจจุบันเมื่อแรงงานรวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงาน ก็โดนกลั่นแกล้งจากนายจ้าง เช่น ไล่แกนนำออกหรือแจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่ ตลอดจนย้ายคนงานไปทำงานในสถานที่ๆสภาพการทำงานไม่ดีเพื่อบีบให้ลาออกจากงาน
และ
เรื่องที่ 3 .คือให้เร่งปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้เป็นองค์กรอิสระ เนื่องจากสปส.ตั้งมา 20 ปี มีผู้ประกันตนและเงินกองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่การดำเนินงานยังขาดความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
นายเฉลิมชัยกล่าวว่าการปรับค่าแรง 421 บาท/วัน จะเอาตัวเลขนี้เข้าที่ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงแรงงานกับกระทรวงการคลัง เรื่องการขึ้นค่าจ้างตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี แต่ต้องเป็นเรื่องที่ลูกจ้างและนายจ้างอยู่ร่วมกัน และต้องอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นผู้พิจารณาตัวเลขด้วย
ในส่วนของการลงนามให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 นั้น ขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังเร่งดำเนินการอยู่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ คือต้องเสนอให้ครม.พิจารณา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรลงนามรับรอง ซึ่งเรื่องเมื่อออกจากกระทรวงแรงงานไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมเวลาได้
และเรื่องการปฎิรูปประกันสังคม เป็นนโยบายที่ตนตั้งใจทำอยู่แล้ว โดยเน้นให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการให้สะดวกสบายและได้รับการบริการที่ดีขึ้น ซึ่งภายในปีนี้สปส.จะมีโครงการยกประกันสังคมไปไว้ในโรงงานขนาดตั้งแต่ 200 - 1,000 คนขึ้นไปเพื่อเป็นจุดดำเนินการของสปส.แก่ผู้ใช้แรงงานในสถานทำงานเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น