วันที่ 8 ตุลาคมนี้พี่น้องเราทุกคนต่างใจจดจ่อกับการเจรจาเรื่องโบนัส
กรรมการต่างให้เราพี่น้องทุกคนต้องสามัคคีและพร้อมเพรียงกันที่จะทำ
ให้โบนัสเราประสบความสำเร็จเพื่อ 6 เดือนบวก 30000 ครับพี่น้อง
จัดไปเลยเต็มๆๆและสิ่งที่พี่น้องต้องทำคือต้องกำจัดหนอนและมอด
ที่มันเจอะและชอนไชองค์กรเรา"พวกพม่ารามันจงเอามันไป......ให้ตายหมด"
ฺิิ่Bonus ปีนี้
การเจรจาโบนัสวันที่ 8 ตุลาคม 2553
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553
ชงปรับค่าจ้างกทม. เพิ่มเป็น213บ./วัน ลูกจ้างชี้ยังน้อยไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ กทม.มีข้อสรุปว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอีก 7 บาท จาก 206 บาท/วัน เป็น 213 บาท/วัน ตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นที่พอใจของทั้งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง
นายสุนันท์ โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาวิชาการแรงงานระดับ 10 กระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ เปิดเผยว่า กรอบการพิจาณาตัวเลขจะดูจากสภาพเศรษฐกิจ ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและความจำเป็นของลูกจ้าง ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอตัวเลขให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางพิจารณาอีกรอบประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างกลางอาจพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดได้
นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง สมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยไป เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันควรจะปรับเพิ่มให้มากกว่า 10 บาทด้วยซ้ำ
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ค่าจ้างที่จะปรับเพิ่ม ถ้ามองตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 3% คิดว่า อัตราที่เหมาะสมขณะนี้ไม่ควรปรับเกิน 5, 7 หรือ 10 บาท
นายสุนันท์ โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาวิชาการแรงงานระดับ 10 กระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ เปิดเผยว่า กรอบการพิจาณาตัวเลขจะดูจากสภาพเศรษฐกิจ ความสามารถในการจ่ายของนายจ้างและความจำเป็นของลูกจ้าง ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอตัวเลขให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางพิจารณาอีกรอบประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างกลางอาจพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดได้
นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง สมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าน้อยไป เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในปัจจุบันควรจะปรับเพิ่มให้มากกว่า 10 บาทด้วยซ้ำ
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ค่าจ้างที่จะปรับเพิ่ม ถ้ามองตามภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 3% คิดว่า อัตราที่เหมาะสมขณะนี้ไม่ควรปรับเกิน 5, 7 หรือ 10 บาท
วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553
พี่น้องแรงงานไทยโดนกระทำอีกแล้วพี่น้อง
เครือข่ายแรงงานเรียกร้องถอนหมายจับ 3 แกนนำแรงงาน
Thu, 2009-09-03 22:08
คนงานกว่า 300 คนชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ตำรวจยุติมาตรการที่จะจับกุมผ ู้นำแรงงานที่ถูกออกหมายจับจากการ ชุมนุมหน้าทำเนียบ-รัฐสภาและดำเนินการร้อง ขอต่อศาลให้ถอนหมายจับโดยทันที และขอให้มีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนิน การสลายการชุมนุมที่ใช้เครื่อง ขยายเสียงระยะไกล โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ออกหมายจับ นายสุนทร บุญยอด, นางสาวบุญรอด สายวงศ์ และนางสาวจิตรา คชเดช ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่น วายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้า หรือ ผู้สั่งการเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้ วไม่เลิก ภายหลังการชุมนุมเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแ ห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ พร้อมองค์กรแรงงานและองค์กรประชาชน ไปยังทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหลั งจากที่ได้ยื่นเรื่องต่อนายก รัฐมนตรีแล้วก่อนหน้านี้
ล่าสุด วันที่ 3 ก.ย. เวลา 9.00น. ผู้ชุมนุมจากเครือข่ายองค์กรต่างๆ อาทิ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สภาศูนย์กลางแรงงาน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่ง ประเทศไทย สหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และแม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ ซึ่งส่วนใหญ่แต่งกายด้วยสีดำกว่า 300 คนร่วมชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ถอนหมายจับแกนนำแรงงานทั ้ง 3 คน
จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย กล่าวว่า หลายปีมาแล้วไม่เคยมีการออกหมายจับผู้ชุมน ุม การกระทำเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบา งของรัฐบาล ที่กลัวในพลังของประชาชน และตอกย้ำการแบ่งขั้วของรัฐบาลกับภาคประชา ชน ซึ่งนี่จะเป็นข้อเสียของรัฐบาลเอง เนื่องจากองค์กรแรงงานและองค์กรด้านสิทธิม นุษยชนทั่วโลกกำลังจับตามองเรื่อง นี้อยู่ โดยองค์การในยุโรปหลายประเทศได้ทำหนังสือถ ึงสถานทูต เพื่อขอให้สอดส่องการละเมิดสิทธิในการรวมต ัวของคนงานแล้ว ดังนั้น รัฐบาลต้องถอนคดีโดยเร็วไม่เช่นนั้นกระแสป ระท้วงจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ องค์กรด้านสิทธิฯ จะออกมาเคลื่อนไหวต่อ
เธอตั้งคำถามว่า อะไรคือความไม่สงบ การที่คนงานซึ่งไม่มีอาวุธมาอยู่บนท้องถนน โดยพร้อมเพรียงกันคือความไม่สงบ หรือ ถ้าเช่นนั้นการที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสีย งระดับไกล (LRAD: Long Range Acoustic Device) ซึ่งมีความดังระดับ 150 เดซิเบล ซึ่งเป็นอาวุธในการปราบปรามคนจำนวนมาก กับผู้ชุมนุม โดยไม่เตือนก่อนการใช้คืออะไร
"มาตรการของรัฐบาลต่างหากที่ไม่เคารพกับกา รจัดการเดินขบวนอย่างสันติวิธี" จรรยากล่าว
วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อแรงง านไทย เล่าถึงเหตุผลที่นัดกันใส่เสื้อสีดำว่า เพื่อแสดงถึงความมืดมนของระบบตำรวจ ที่ไม่จัดการกับนายจ้าง เวลาที่คนงานแจ้งความดำเนินคดีกับนายจ้างท ี่โกงค่าจ้าง หรือขู่ฆ่า แต่กลับออกหมายจับคนงานได้เร็ว ส่งหมายไปถึงบ้าน ทำให้พ่อแม่ของคนงานต้องขวัญผวา
วาสนา ยกตัวอย่างกรณีของคนงานบริษัทเวิลด์เวลล์ก าร์เม้นท์ ซึ่งถูกเลิกจ้างและไม่ได้รับค่าแรงที่เหลื อ เป็นเงินทั้งสิ้น 2 ล้านบาท โดยให้คนงานไปฟ้องร้องต่อศาลเอา โดยคนงานเมื่อฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีการยึดท รัพย์นำไปขายทอดตลาด ก็กลัวว่านายจ้างจะขนของไปขาย จึงไปปักหลักเฝ้าของบริเวณระหว่างคูหาอาคา รของบริษัท ซึ่งทำให้คนงานกลับถูกข้อหาบุกรุก
จากนั้น เวลา 10.20น. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือระบุถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.มนู เมฆหมอกเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับแทน โดย คสรท.ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้ องยุติมาตรการที่จะจับกุมผู้นำแรง งานที่ถูกออกหมายจับจากเหตุการณ์ดังกล่าวแ ละดำเนินการร้องขอต่อศาลให้มีการ ถอนหมายจับโดยทันที และขอให้มีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนิน การสลายการชุมนุมของผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาลที่ได้ใช้เครื่องขยายเสียงระยะ ไกล โดยไม่ได้มีการแจ้งให้แก่ผู้ชุมนุมทราบล่ว งหน้าถึงการดำเนินการและผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ชุมนุม
วิไลวรรณ กล่าวว่า คนงานจากทั้งสามแห่งต่างประสบปัญหา โดยคนงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประ เทศไทยถูกเลิกจ้าง กว่าครึ่งเป็นสมาชิกสหภาพ ส่วนคนงานจากสหภาพแรงงานอิเล็กทรอนิกส์และ แม็คคานิคส์ ในเครือบริษัทเอนี่ออน อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และคนงานบริษัท เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ก็ถูกเลิกจ้างโดยไม่ จ่ายค่าชดเชย ซึ่งปัญหาทั้งหมดรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเข้ ามาแก้ไข ทำให้พวกเขาต้องเดินทางไปยื่นหนังสือเรียก ร้องต่อรัฐบาล แต่เมื่อเดินทางไปที่ทำเนียบฯ ก็ไม่มีใครออกมารับหนังสือ จึงเดินทางไปที่รัฐสภา ซึ่งมีการประชุมงบประมาณของ ส.ส. และรัฐมนตรี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนยากคนจนคือ เจอตำรวจตั้งข้อหามั่วสุมเกิน 10 คนและก่อความไม่สงบ
วิไลวรรณ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกกลุ ่มภายใต้รัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับทำเกินกว่าเหตุ จึงมาร้องเรียนต่อ สตช. ให้ยกเลิกหมายจับแกนนำทั้ง 3 คนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนคนงานให ้ได้สิทธิตามกฎหมาย นอกจากนี้แล้ว จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสภาทนายความและอ งค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ด้วย
โดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเรียกร้อง ให้สภา ทนายความดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมน ุษยชน นำโดย พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยทางตำรวจได้เปิดเครื่องขยายเสียงที่มีเ สียงดังมาก ได้รับผลกระทบต่อคนงานผู้หญิง คนงานพิการ และอายุมากที่ได้นั่งฟังปราศรัยหน้าทำเนีย บรัฐบาล ขณะที่ตัวแทนของสหภาพกำลังเข้าไปยื่นหนังส ือกับนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ประจำรัฐสภา และการขอออกหมายจับผู้นำสหภาพ โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า เป็นการละเมิดสิทธิทางพลเมืองและทางการเมื อง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
และเรียกร้องให้ไอแอลโอดำเนินการผลักดันต่ อรัฐบาลไทยในฐานะ ประเทศภาคีสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างป ระเทศ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังที่ได้กล่าวมาข้างต ้นนี้ โดยยึดถือมาตรฐานแรงงานสากล อันได้แก่ การเจรจาต่อรองกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้า ง รวมไปถึงการใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ในการแก้ ไขปัญหา ตามกรอบปฏิบัติระดับสากล OECD ให้สมกับเป็นบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ และขอให้เสนอข้อแนะต่อรัฐบาลไทยในการเอาผิ ดกับนายจ้าง ซึ่งมีการกระทำที่ส่อให้เห็นถึงการคุกคามส หภาพแรงงาน
ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2009/09 /25689
ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ http://triumph-union.blogspot.com/2009/1 1/3_352.html
Thu, 2009-09-03 22:08
คนงานกว่า 300 คนชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกร้องให้ตำรวจยุติมาตรการที่จะจับกุมผ
สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิต ออกหมายจับ นายสุนทร บุญยอด, นางสาวบุญรอด สายวงศ์ และนางสาวจิตรา คชเดช ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่น
ล่าสุด วันที่ 3 ก.ย. เวลา 9.00น. ผู้ชุมนุมจากเครือข่ายองค์กรต่างๆ อาทิ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) สภาศูนย์กลางแรงงาน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่ง
จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย กล่าวว่า หลายปีมาแล้วไม่เคยมีการออกหมายจับผู้ชุมน
เธอตั้งคำถามว่า อะไรคือความไม่สงบ การที่คนงานซึ่งไม่มีอาวุธมาอยู่บนท้องถนน
"มาตรการของรัฐบาลต่างหากที่ไม่เคารพกับกา
วาสนา ลำดี ผู้ประสานงานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อแรงง
วาสนา ยกตัวอย่างกรณีของคนงานบริษัทเวิลด์เวลล์ก
จากนั้น เวลา 10.20น. วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นหนังสือระบุถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.มนู เมฆหมอกเลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับแทน โดย คสรท.ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้
วิไลวรรณ กล่าวว่า คนงานจากทั้งสามแห่งต่างประสบปัญหา โดยคนงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประ
วิไลวรรณ กล่าวว่า การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนทุกกลุ
โดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเรียกร้อง
และเรียกร้องให้ไอแอลโอดำเนินการผลักดันต่
ที่มา http://www.prachatai.com/journal/2009/09
ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ http://triumph-union.blogspot.com/2009/1
วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ผลกำไรบริษัท
กำไรบริษัทปีนี้(ซอย3)มีผลกำไรค่อนข้างมากกว่าปีที่แล้วถึง 4 เท่าตัว
ไตรมาสที่ 1 ตั้งแต่เดือนตุลา 52 - มีนา 53 ประมาณ 244 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษา53 - กรฎา53 ประมาณ 174 ล้านบาท(เหลือ 2 เดือน)
สรุปตั้งแต่ตุลา52-กรฎา53 มีกำไรแล้วรวมกันเฉพาะซอย3นั้นมากถึง 418 ล้านบาทและยังเหลือ
อีก 2 เดือนที่ยังไม่รู้ครับ
ไตรมาสที่ 1 ตั้งแต่เดือนตุลา 52 - มีนา 53 ประมาณ 244 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษา53 - กรฎา53 ประมาณ 174 ล้านบาท(เหลือ 2 เดือน)
สรุปตั้งแต่ตุลา52-กรฎา53 มีกำไรแล้วรวมกันเฉพาะซอย3นั้นมากถึง 418 ล้านบาทและยังเหลือ
อีก 2 เดือนที่ยังไม่รู้ครับ
เจรจาโบนัสปี 53
พี่น้องผู้ใช้แรงงานชาว เอ็นทีเอ็น เตรียมตัวรับทรัพย์เต็มๆกับโบนัสมากมายมหาศาลช่วงปลายปีครับโดยมีเงื่อนไข ต้องสามัคคีกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
